← บทความทั้งหมด · การเงิน & ราคา
ตั้งราคาขายยังไงไม่ให้ขาดทุน? สูตรคิดต้นทุน + กำไร (พร้อมตัวอย่าง)
ไม่ว่าคุณกำลังจะตั้งราคาชิ้นแรก หรือขายมาสักพักแล้วแต่เงินไม่เหลือ ปัญหามักมาจากที่เดียวกัน — ตั้งราคาจาก "คู่แข่งขายเท่าไร" หรือ "เดาเอา" โดยลืมต้นทุนแฝง บทความนี้เริ่มจากรู้ต้นทุนจริงทั้งหมดก่อน แล้วค่อยดูว่าถ้าจะขึ้นหรือลดราคา ตัวเลขต้องขยับเท่าไรถึงจะยังคุ้ม
ทำไมขายดีแต่ไม่มีกำไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือคิดแค่ "ต้นทุนวัตถุดิบ" แล้วบวกกำไร โดยลืมต้นทุนแฝง เช่น ค่าแก๊ส/ไฟ ค่าแพ็กเกจ ค่าส่ง ค่าเสียของ ค่าเวลาตัวเอง และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม พอรวมจริงแล้วกำไรที่คิดว่าได้อาจหายหมด
สูตรตั้งราคาแบบไม่ขาดทุน
เริ่มจากรวม "ต้นทุนต่อหน่วยทั้งหมด" (วัตถุดิบ + ต้นทุนแฝง + ค่าเวลา) แล้วบวกกำไรที่ต้องการเป็นเปอร์เซ็นต์
ราคาขาย = ต้นทุนรวมต่อหน่วย ÷ (1 − กำไรที่ต้องการเป็นสัดส่วน)
ตัวอย่าง: ต้นทุนรวมต่อจาน 40 บาท อยากได้กำไรขั้นต้น 50% → ราคาขาย = 40 ÷ (1 − 0.5) = 80 บาท (ไม่ใช่ 40 + 50% = 60 ซึ่งจะได้กำไรจริงแค่ 33%)
อย่าลืมต้นทุนแฝงเหล่านี้
ต้นทุนที่มองข้ามบ่อยและกินกำไรเงียบ ๆ:
- ค่าแพ็กเกจ/ถุง/กล่อง และค่าจัดส่ง
- ค่าแก๊ส ไฟ น้ำ ที่ใช้ผลิต
- ของเสีย/ของหมดอายุ (เฉลี่ยต่อหน่วย)
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม/บัตร (เช่น 3%)
- ค่าเวลาตัวเอง (ถ้าจ้างคนทำต้องจ่ายเท่าไร)
ขึ้นราคา 10% เสียลูกค้าได้กี่ % ถึงจะยังคุ้ม
คำถามนี้ไม่ต้องเดาและไม่ต้องมีข้อมูลตลาด เพราะเป็นเลขคณิตล้วน กุญแจอยู่ที่ "กำไรต่อชิ้น" ไม่ใช่ราคา
ตัวอย่าง ขาย 50 ต้นทุน 30 → กำไรต่อชิ้น 20 บาท ถ้าขึ้นราคาเป็น 55 กำไรต่อชิ้นกลายเป็น 25 บาท เท่ากับกำไรต่อชิ้นโตขึ้น 25% ดังนั้นคุณเสียลูกค้าไปได้ถึง 20% แล้วกำไรรวมยังเท่าเดิม
สูตร: ขายได้น้อยลงได้กี่ส่วน = 1 − (กำไรต่อชิ้นเดิม ÷ กำไรต่อชิ้นใหม่) ยิ่งกำไรต่อชิ้นเดิมบาง ตัวเลขนี้ยิ่งใหญ่ แปลว่าร้านกำไรบางกลับเป็นร้านที่ "ขึ้นราคาได้ปลอดภัยกว่า" ที่หลายคนคิด
ลดราคา 10% ต้องขายเพิ่มกี่ % ถึงจะเท่าเดิม
ด้านนี้อันตรายกว่ามาก และเป็นด้านที่คนตอบผิดบ่อยที่สุด คนส่วนใหญ่ตอบว่า "ก็ 10 กว่า ๆ" แต่ใช้สูตรเดียวกันคำนวณจะได้ตัวเลขที่สูงกว่านั้นเสมอ
ตัวอย่างเดิม ขาย 50 ต้นทุน 30 ถ้าลดเหลือ 45 กำไรต่อชิ้นเหลือ 15 บาท คุณต้องขายเพิ่มอีก 33.33% ถึงจะได้กำไรรวมเท่าเดิม ไม่ใช่ 10%
และถ้ากำไรต่อชิ้นบางมากอยู่แล้ว การลดราคาบางระดับจะไม่มีทางคุ้มเลย ไม่ว่าจะขายเพิ่มเท่าไร เพราะราคาใหม่ต่ำกว่าต้นทุน — กรณีนี้คำตอบคือ "ทำไม่ได้" ไม่ใช่ "ต้องขายให้หนักขึ้น"
- ก่อนจัดโปรลดราคา ให้คำนวณตัวเลขนี้ก่อนเสมอ
- ถ้ายอดที่ต้องขายเพิ่มดูเป็นไปไม่ได้ ให้เปลี่ยนจากลดราคาเป็นเพิ่มคุณค่าแทน
- ตัวเลขนี้คำนวณจากราคา/ต้นทุนของคุณเอง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของตลาด
ถ้าวัตถุดิบขึ้นราคา ทำยังไง
สินค้าอาหารกำไรบางเป็นพิเศษ — ถ้าวัตถุดิบหลักขึ้นเพียง 5 บาท/หน่วย กำไรอาจหายไป 20% ทันที ทางแก้คือทบทวนราคาเป็นระยะ ปรับปริมาณ/เมนู หรือขึ้นราคาอย่างมีเหตุผลพร้อมสื่อสารคุณค่า ไม่ใช่แบกต้นทุนไว้คนเดียวจนขาดทุน
ตั้งราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย ไม่ใช่แค่คุ้มทุน
ราคาที่ดีอยู่ระหว่าง "ต้นทุน + กำไรขั้นต่ำ" กับ "คุณค่าที่ลูกค้ารับรู้" ถ้าสินค้าคุณแก้ปัญหาได้ดีหรือมีจุดต่าง ลูกค้ายอมจ่ายแพงกว่าคู่แข่งได้ — อย่าตั้งถูกเกินจนแข่งกันตาย
คำถามที่พบบ่อย
ตั้งราคาขายคิดยังไงให้มีกำไร?
รวมต้นทุนต่อหน่วยทั้งหมด (รวมต้นทุนแฝง) แล้วหารด้วย (1 − อัตรากำไรที่ต้องการ) เช่น ต้นทุน 40 อยากได้กำไร 50% ราคาขาย = 40 ÷ 0.5 = 80 บาท
กำไรขั้นต้นควรตั้งเท่าไร?
ขึ้นกับประเภทธุรกิจ — อาหารมักตั้งกำไรขั้นต้น 60–70% เพื่อเผื่อต้นทุนแฝงและของเสีย ส่วนบริการอาจสูงกว่าเพราะต้นทุนวัตถุดิบต่ำ
ขึ้นราคาแล้วกลัวลูกค้าหนีทำยังไง?
ขึ้นราคาพร้อมสื่อสารคุณค่าหรือปรับสิ่งที่ลูกค้าได้รับ และขึ้นทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ ดีกว่าแบกต้นทุนจนขาดทุนแล้วต้องปิดร้าน
ขึ้นราคา 10% เสียลูกค้าได้กี่เปอร์เซ็นต์?
คิดจากกำไรต่อชิ้น ไม่ใช่ราคา — เสียลูกค้าได้ = 1 − (กำไรต่อชิ้นเดิม ÷ กำไรต่อชิ้นใหม่) เช่น ขาย 50 ต้นทุน 30 ขึ้นเป็น 55 เสียลูกค้าได้ถึง 20% กำไรรวมยังเท่าเดิม
ลดราคา 10% ต้องขายเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์?
มากกว่า 10% เสมอ เช่น ขาย 50 ต้นทุน 30 ลดเหลือ 45 ต้องขายเพิ่มอีก 33.33% ถึงจะได้กำไรเท่าเดิม และถ้ากำไรต่อชิ้นบางมาก การลดราคาบางระดับจะไม่คุ้มเลยไม่ว่าขายเพิ่มเท่าไร